แม้ถูกทางการสั่งห้ามสร้างภาพยนตร์ยี่สิบปี! แต่ผู้กำกับ Jafar Panahi ก็ยังคงสรรหาสรรพวิธี คราวนี้รับบทพนักงานขับรถ Taxi Tehran ถ่ายทำจากกล้องหน้ารถ พูดคุยกับผู้โดยสาร, คว้ารางวัล Golden Bear จากเทศกาลหนังเมือง Berlin
แวบแรกตั้งแต่เห็นชื่อหนัง คาดเดาไม่ยากว่าได้แรงบันดาลใจจาก Taste of Cherry (1997) และ Ten (2002) ของผู้กำกับรุ่นพี่ Abbas Kiarostami วิธีการอาจไม่ได้แปลกใหม่ แต่สิ่งน่าสนใจคือประเด็นเนื้อหา และการสำแดงอารยะขัดขืนของผกก. Panahi ถูกทางการสั่งห้ามแล้วไง ไม่มีใครควบคุมอิสรภาพในการสรรสร้างภาพยนตร์ของฉันได้!
จริงๆก็ตั้งแต่ This Is Not a Film (2011) ที่ผกก. Panahi เล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงยุคสมัย ทดลองใช้ iPhone (และกล้อง Digital Video) ถ่ายทำ(ไม่ใช่)ภาพยนตร์ แล้วนำเอาไฟล์หนังใส่แฟลชไดร์ฟส่งออกฉายเทศกาลหนัง สำแดงอารยะขัดขืนต่อทางการ และตั้งคำถามถึงกฎกรอบภาพยนตร์
Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami เลยมีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994), ก่อนได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The White Balloon (1995)
หลังการเลือกตั้งใหญ่ในอิหร่าน ค.ศ. 2009 มีรายงานว่าผกก. Panahi วางแผนสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับกลุ่มเคลื่อนไหว Iranian Green Movement (2009-10) ที่พยายามขับไล่ปธน. Mahmoud Ahmadinejad แต่ยังไม่ทันจะเริ่มต้นทำอะไร ก็ถูกทางการตั้งข้อกล่าวหาสร้างหนังชวนเชื่อต่อต้านสาธารณรัฐอิสลาม “propaganda against the Islamic Republic”
ผลลัพท์ทำให้ ผกก. Panahi ถูกตัดสินโทษจำคุกหกปี ห้ามสร้างภาพยนตร์นานยี่สิบปี! แหล่งข่าวหนึ่งบอกติดคุกจริงๆแค่ประมาณสองเดือน ก่อนได้รับการประกันตัว ลดหย่อนโทษเหลือเพียงกักบริเวณ (House Arrest) อาศัยอยู่ภายในบ้านตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครสามารถกักขังหน่วงเหนี่ยว หาหนทางสรรค์สร้างผลงานเรื่องใหม่ This Is Not a Film (2011) และ Closed Curtain (2013) ลักลอบนำออกฉายต่างประเทศ
แต่ในขณะที่ This Is Not a Film (2011) และ Closed Curtain (2013) ดำเนินเรื่องภายในบ้านพัก/อพาร์ทเม้นท์ สถานที่ส่วนตัว จึงสามารถลักลอบถ่ายทำโดยง่าย, تاکسی อ่านตรงตัว Taxi คือการท้าทายคำสั่งของรัฐโดยตรง ด้วยการแสร้งทำเป็นพนักงานขับรถแท็กซี่ เดินทางไปทั่วกรุง Tehran ใช้เพียงกล้องดิจิตอลวางหน้ารถ Blackmagic Pocket Cinema Camera และบางครั้งโทรศัพท์มือถือ iPhone ถ่ายทำผู้โดยสาร
Jafar Panahi: There are realities they don’t want shown. Hana Saeidi: They don’t want to show it, but they do it themselves.
เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Berlin เสียงตอบรับดียอดเยี่ยม สามารถคว้ามาสองรางวัล แต่ด้วยความที่ผกก. Panahi ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ จึงส่งหลานสาว Hana Saeidi (ที่ร่วมเล่นหนัง) มาขึ้นรับรางวัลแทน
Golden Berlin Bear
Restrictions are often a source of inspiration for an author as they allow him to overcome himself. But sometimes restrictions can be so suffocating that they destroy a project and often crush the soul of the artist. Instead of letting his mind and spirit be destroyed, instead of letting anger and frustration pervade him, Jafar Panahi has written a love letter to cinema. His movie is full of love for his art, his community, his country and his audience – ประธานกรรมการ Darren Aronofsky
FIPRESCI Prize
Our award goes to a film showing great personal and artistic bravery. It is a multilayered tale about everyday life, an original narrative exploration of both human choices and constrained existence. A humane and subtle portrait of a filmmaker and his country, a man and his surroundings and fellow citizens. Above all, this witty, sharp and devious take on freedom of speech encapsulates the struggle of all artists who seek to overcome the restrictions of reality and express their emotions and opinions regardless of censorship or state bans. The prize for the best film in Competition goes to Taxi directed by Jafar Panahi.
หลังการเลือกตั้งใหญ่ในอิหร่าน ค.ศ. 2009 มีรายงานว่าผกก. Panahi วางแผนสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับกลุ่มเคลื่อนไหว Iranian Green Movement (2009-10) ที่พยายามขับไล่ปธน. Mahmoud Ahmadinejad แต่ยังไม่ทันจะเริ่มต้นทำอะไร ก็ถูกทางการตั้งข้อกล่าวหาสร้างหนังชวนเชื่อต่อต้านสาธารณรัฐอิสลาม “propaganda against the Islamic Republic”
This Is Not a Film (2011) ชื่อหนังฟังดูเหมือนความพยายามของผกก. Panahi ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ตนเองทำอยู่นี้คือภาพยนตร์หรือเปล่า? หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายโน่นนี่นั่น ทานอาหารเช้า รับชมโทรทัศน์ พูดคุยโทรศัพท์ อ่านบทไม่ได้สร้าง ฯ ฟังดูไม่มีเนื้อหาสาระอะไร แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือการสำแดงอารยะขัดขืน ไม่ยินยอมอยู่ภายใต้กฎกรอบ ฉันถูกกักบริเวณแล้วไง?
Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami เลยมีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994), ก่อนได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The White Balloon (1995)
این فیلم نیست อ่านว่า In film nist แปลตรงตัว This Is Not a Film คือชื่อหนังที่มีลักษณะแดกดัน ประชดประชัน ถูกศาลสั่งห้ามสร้างภาพยนตร์ ก็เลยสรรค์สร้างผลงานตั้งชื่อว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์! จากนั้นพยายามกระทำสิ่งขัดต่อขนบวิถีทางภาพยนตร์ บันทึกภาพกิจวัตรประจำวัน รับชมโทรทัศน์ พูดคุยโทรศัพท์ บลา บลา บลา ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไร … แต่ใครๆคงบอกได้ว่านี่ก็คือภาพยนตร์ (สารคดีก็คือภาพยนตร์แนวหนึ่ง) การตั้งชื่อเช่นนั้นเพื่อเสแสร้งทำเป็นหลีกเลี่ยงกฎหมาย/กองเซนเซอร์เท่านั้นเอง
ความน่าสนใจของ This Is Not a Film (2011) ไม่ใช่การตั้งคำถามว่าหนังเรื่องนี้จัดเป็นภาพยนตร์ไหม? เพราะต่อให้ตลอดทั้งเรื่องมีภาพช็อตเดียวอย่าง Empire (1965) ก็ยังสามารถจัดเป็นภาพยนตร์! แต่คือความพยายามสรรหาเรื่องราว/เหตุการณ์ ตั้งคำถามถึงกฎกรอบภาพยนตร์ … คล้ายๆกับ Venom and Eternity (1951) ที่พยายามทำลายข้อจำกัดทางภาพและเสียง
จริงๆต้องไล่มาตั้งแต่ The Mirror (1997) ครั้งแรกที่ผกก. Panahi เริ่มต้นทำลายกฎกรอบภาพยนตร์ เด็กหญิงถ่ายหนังอยู่ดีๆก็วีนแตก บอกไม่เล่นหนังแล้ว ขอกลับบ้านด้วยตนเอง, พอมาถึง This Is Not a Film (2011) ช่วงแรกๆทำเหมือนถ่ายทำภาพยนตร์ บันทึกภาพกิจวัตรประจำวันทั่วๆไป ต่อจากนั้นก็ “Breaking the Fourth Wall” หันมาสบตาหน้ากล้อง พูดคุยกับผู้ชม … และแน่นอนว่าต้องมีการกล่าวอ้างอิงถึง The Mirror (1997)
หลังหมดความสนใจจากบทหนังที่มีเรื่องราวคู่ขนานกับชีวิตของตนเอง พระอาทิตย์ก็เคลื่อนคล้อยตกดิน ชาวอิหร่านกำลังเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ … นี่ย้อนรอยกับ The White Balloon (1995) ที่มีพื้นหลังวันปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย และเติมเต็มแนวคิดของ The Circle (2000) ที่หลายๆผลงานของผกก. Panahi เวียนวงกลม หวนกลับสู่จุดเริ่มต้น
ชื่อหนัง This Is Not a Film ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาด La Trahison des images (1929) แปลว่า The Treachery of Image ผลงานศิลปะของ René Magritte จิตรกรลัทธิเหนือจริง (Surrealist) สัญชาติ Belgian เป็นภาพไปป์สูบยา แต่ข้อความด้านล่างเขียนว่า Ceci n’est pas une pipe แปลว่า This Is Not a Pipe
The famous pipe. How people reproached me for it! And yet, could you stuff my pipe? No, it’s just a representation, is it not? So if I had written on my picture “This is a pipe”, I’d have been lying!
René Magritte
หลังจากเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ Special Screening ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes ก็ตระเวนไปตามเทศกาลหนังอื่นๆ กวาดรางวัลมากมาย และเห็นว่าเข้าถึงรอบ 15 เรื่องสุดท้าย Oscar: Best Documentary Feature
ด้วยความที่หนังมาเป็นไฟล์ดิจิตอลจึงไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพเก่าเก็บ (แต่คุณภาพของภาพถ่ายก็ตามมีตามยุคสมัย) สามารถหาซื้อ DVD หรือรับชมออนไลน์ได้จาก Criterion Channel ฯ
Of course when you try to restrict something or implement a restriction it has to be based on some sort of law. But there is nothing in the law which has been approved by the Iranian parliament or anybody else which bans women from taking part. It has become a kind of unwritten law. The policemen and the soldiers too, have to follow this unwritten law and unwritten rules, and they are answerable to their superiors for it.
Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami เลยมีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994), ก่อนได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The White Balloon (1995), ติดตามด้วย The Mirror (1997), The Circle (2000),
Four years ago I was living near the stadium where our football team trains. I wanted to go and watch and my daughter wanted to come with me. I tried to explain to her that she couldn’t, but she nevertheless wanted to try. So we set out with the entire family, that way if my daughter was refused entry, my wife could take her back home. We went to the stadium entrance and, as I had expected, my daughter was refused entry. I told her to go home with her mother, but she found another way of getting into the stalls and to my surprise, she joined me.
The song I used to close the film is a sort of a national hymn. Sixty years ago, when the Westerners were in Iran, one of our poets witnessed the abuses inflicted on the Iranian people. He was so pained by what he saw he decided to write a song. The song speaks of our country and our people, not the States that have governed it. That is why we love it more and more with each passing day. Many singers have sung it over the years. The version we have chosen was the one that seemed the most epic to me.
Jafar Panahi
ปล. ผมเห็นใน Wikipedia มีคำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย ไหนๆก็ฟังภาษาเปอร์เซียไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ก็เลยคัทลอกเฉพาะคำแปลมาก็แล้วกัน
I remember at the time reading an article by a sports journalist, explaining that even in Ancient Greece, women were confronted with this problem. Four hundred years B.C. women had to disguise themselves as men in order to cheer on their sons who were sports heroes. Whether or not this is true, it triggered my first ideas on the subject.
I use the football game as a metaphor to show the discrimination against women on a larger scale. All my movies have that topic at their center. This is what I am trying to change in Iranian society.
หลังจาก Ministry of Culture and Islamic Guidance สั่งแบนห้ามฉายในประเทศ ผกก. Panahi จึงลักลอบส่งฟีล์มหนังไปยังเทศกาลหนังเมือง Berlin เสียงตอบรับดียอดเยี่ยม สามารถคว้ารางวัล Silver Bear: Grand Jury Prize (ที่สอง) เคียงคู่กับ Tied with A Soap (2006) พลาดรางวัล Golden Bear แก่ภาพยนตร์ Grbavica: The Land of My Dreams (2006)
ปัจจุบันหนังยังไม่มีจัดจำหน่าย Blu-Ray คุณภาพแค่ DVD แต่สามารถหารับชมออนไลน์ได้แทบจะทุกแพล็ตฟอร์ม iTunes, Google Play, Amazon Prime ฯ สงสัยเพราะผกก. Panahi ขายลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายต่างประเทศให้ Sony Pictures Classics เลยเข้าถึงวงกว้างมากกว่า … เข้าฉายในประเทศไทยชื่อว่า ผู้หญิงก็มีหัวใจ
ในขณะที่ The White Balloon (1995) และ The Mirror (1997) มีหลายสิ่งอย่างเชื่อมโยงใย ราวกับภาพสะท้อนกระจก! The Circle (2000) คือการเติบโตจากเด็กหญิงสู่ผู้ใหญ่ เรียนรู้จักโลกกว้าง แต่งงาน ตั้งครรภ์ คลอดบุตร ชีวิตเวียนวงกลม หวนกลับสู่จุดเริ่มต้น เหมาะแก่การไล่เรียงรับชม … ผมขอตั้งชื่อ “Goldfish Trilogy” เพราะทั้งเรื่องสามเรื่องเกี่ยวกับสตรีเพศในอิหร่าน มีสภาพชีวิตไม่ต่างจากปลาทองในโถ สีสันสวยงามแต่ไร้ซึ่งอิสรภาพ
All three films, The White Balloon, The Mirror and The Circle, are like full cycles – or circles – where the characters are facing up to problems, and they are trying to get out of their boundaries.
Jafar Panahi
Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami เลยมีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994), ก่อนได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The White Balloon (1995)
ระหว่างสรรค์สร้าง The Mirror (1997) ผกก. Panahi เล็งเห็นข้อจำกัดของการนำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองเด็กๆ มันเลยถึงเวลาที่เขาจะเริ่มต้นสร้างหนังสะท้อนปัญหาของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะสตรีเพศในสังคมอิหร่าน
In my first films, I worked with children and young people, but I began to think of the limitations facing these girls once they grow up. In order to visualize these limitations and to have this constraint better projected visually, I went to a social class, which has more limitations to areas that are more underprivileged, so that this idea could come out ever stronger.
Jafar Panahi
สำหรับ دایره อ่านว่า Dâyere แปลตรงตัว The Circle, ผกก. Panahi ร่วมพัฒนาบทหนังกับเพื่อนผู้กำกับ Kambuzia Partovi, کامبوزیا پرتوی ซึ่งก่อนหน้านี้(ผกก. Panahi)เคยขโมยพล็อตหนัง The Fish (1989) มาเป็นแรงบันดาลใจสรรค์สร้าง The White Balloon (1995)
The first plan-séquence was repeated 13 times.the shot from the hospital to the street. The cameraman would film the scene and take the shot back to the laboratory to check it and then he would re-shoot it again. This was repeated 13 times until we got what we wanted. This is one of the difficulties of doing long sequences like this. If I had wanted to break it down, I could have done it in half a day. That sequence took about five days. There were seven to eight such long takes in the film.
Jafar Panahi
Nargess พยายามอธิบายให้เพื่อนสาวรับรู้ว่าบ้านชนบทของตนเองเป็นอย่างไร ด้วยการให้รับชมภาพวาดเลียนแบบผลงานศิลปะ Wheat Field with Cypresses (1889) ของ Vincent van Gogh นี่เป็นการสื่อถึงดินแดนแห่งความฝัน ความประทับใจ (Impressionism) ของหญิงสาว ยังคงโหยหาสถานที่แห่งความทรงจำเมื่อครั้นยังเป็นเด็ก … นี่เป็นการแสดงถึงความช่างฝัน (Dreamer, Idealist) ของตัวละคร
the three girls … they’re speaking in the Azerbaijani language, and the young girl who is one of the three women in the beginning, also has an Azerbaijani accent. And when she’s sitting in front of the painting, and talking about the countryside that she sees in the painting, she’s actually talking about Azerbaijan. So there are all kinds of connections. That painting was something from Van Gogh, for example. I chose it because it was not a specific geographic place. It could be anywhere in the world, but it was inspired by an actual painting by Van Gogh. I wanted to say that where you want to be could be anywhere in the world.
It doesn’t matter. It could be anything you want. That’s not important. It’s a very delicate point. If I had decided to give them some crime that they were guilty of, like something political or because of drugs, they would become specific persons. But they are not specific persons. You can have anybody there. Then the problem is a much larger problem. Maybe if it were a specific person there would be no censorship. But when it’s open to interpretation, then it’s more difficult. If it was a specific person, the censors can then say this person has this kind of crime, then it’s not a problem. Because I wanted the audience to think for themselves, I left it open to interpretation.
ซีเควนซ์นี้ถ่ายทำแบบ Long Take ตั้งกล้องทิ้งไว้หน้าประตูประมาณเกือบๆสามนาที คล้ายๆเดียวกับซีนแรกของหนัง และยังย้อนรอยภาพดำ = ปิดประตู ให้ผู้ชมครุ่นคิดจินตนาการเอาเองว่าเกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไรขึ้นภายในบ้าน
Pari แวะเวียนมาหาเพื่อนทำงานพนักงานขายตั๋วที่โรงภาพยนตร์ สังเกตจากภาพก็บ่งบอกความรู้สึก สภาพจิตใจ โลกภายนอกไม่ต่างจากห้องขังในเรือนจำ ชีวิตไร้ซึ่งอิสรภาพ ถูกควบคุมครอบงำจากสรรพสิ่งต่างๆมากมาย
เรื่องราวของ Nargess มีภาพวาดศิลปะของ Van Gogh แสดงถึงความเพ้อใฝ่ฝัน (Dreamer, Idealist) โลกใบนั้นสิ่งใดๆล้วนบังเกิดขึ้นได้, พอดำเนินมาถึง Pari เลือกใช้สถานที่โรงภาพยนตร์ ซึ่งก็ถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่สามารถสร้างความฝัน แต่ภาพช็อตนี้ราวกับจะสื่อว่าผกก. Panahi ไม่สามารถรังสรรค์ผลงานได้อย่างอิสรเสรี
ผมบอกไม่ได้ว่านี่คือคลินิก/โรงพยาบาลเดียวกับฉากตอนทำคลอดไหม? แต่ค่อนข้างเชื่อได้ว่าคือสถานที่เดียวกัน (เพราะมันสามารถสื่อถึงชื่อหนัง The Circle เวียนวงกลม หวนกลับสู่จุดเริ่มต้น) และสังเกตว่าชุด ผ้าคลุม ตำแหน่งการนั่งของ Pari กับเพื่อนเก่า (เคยร่วมติดคุกกันมา) ล้วนมีความแตกต่างตรงกันข้าม อีกฝ่ายจึงไม่สามารถตอบรับข้อเรียกร้องที่จะทำแท้งเถื่อน มันต้องใช้เอกสาร การอนุญาตจากสามี สตรีเพศในอิหร่านมิอาจทำอะไรๆได้ด้วยตนเองสักสิ่งอย่าง!
หนึ่งลายเซ็นต์ของผกก. Panahi แต่คราวนี้ไม่ใช่เด็กขายลูกโป่ง เขาคนนั้นคงเติบโต ไปทำอย่างอื่นแล้วกระมัง เรื่องนี้เลยมาเป็นชายสูงวัย มอบลูกโป่งให้เด็กหญิงถูกมารดาท้อดทิ้ง … เมื่อตอน The White Balloon (1995) เด็กขายลูกคือสัญลักษณ์ของบุคคลนอก ถูกสังคมมองข้าม ในบริบทนี้ของ The Circle (2000) ก็ถือว่าสื่อความหมายเดียวกัน!
The Circle, which was supposed to have four women of different ages. I tried to imply that the four women were actually the same, one woman at different stages of her life.
Jafar Panahi
The Circle (2000) นำเสนอวังวน วัฏจักรชีวิตของสตรีเพศในประเทศอิหร่าน ภายใต้ปิตาธิปไตย (Patriarchy) ปกครองโดยสาธารณรัฐอิสลามอิสลาม, พวกเธอไร้สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม ถูกกดขี่ข่มเหงสารพัด “circle of repression” ต้องอยู่ภายใต้อาณัติบุรุษ ปฏิบัติตามกฎหมาย คัมภีร์อัลกุรอานอย่างเคร่งขัด! ออกนอกบ้านต้องสวมใส่ผ้าคลุมฮิญาบ/ชอโดร์ การเดินทางต้องมีบัตรประชาชนหรือผู้ร่วมเดินทาง ไม่สามารถสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ ฯ
I’m not a political person. I don’t like political movies. But I take every opportunity to comment on the social issues. I talk about the current issues. To me it’s not important what is the reason for what has happened. Whether it’s political reasons or geographical reasons: these are not important – but the condition, the social issues. It is important to me to talk about the plight of humanity at that time.
I had my own children, and it went automatically down that road. I have both a boy and a girl and I can see that the girl can strike up relationships in an easier, milder way. So I thought that a girl could give a better impression. Then when I finished the film and I started The Mirror, I began to think about what happens now that the girl has grown up in society. And then automatically, it became a movie about women. It started unconsciously but now the question is settled.
ผกก. Panahi คงจะรับรู้ตนเองว่าหนังเรื่องนี้ต้องถูกแบนในอิหร่าน พอตัดต่อเสร็จก็พิมพ์ฟีล์มหนังเก็บไว้หลายชุด ซุกซ่อนตามสถานที่ต่างๆ แล้วแอบส่งไปฉายรอบปฐมทัศน์เทศกาลหนังเมือง Venice โดยไม่บอกกล่าวกระทรวงวัฒนธรรมและการชี้นำอิสลาม (Ministry of Culture and Islamic Guidance) ผลลัพท์กวาดมาทั้งหมด 6 รางวัล
Golden Lion
FIPRESCI Prize
For its imaginative blending of content and form, to deal with the situation of women in any patriarchal society.
OCIC Award – Honorable Mention
UNICEF Award
Sergio Trasatti Award
Pasinetti Award (Best Actress) มอบให้กับทีมนักแสดงหญิง
จริงๆหนังมีกำหนดเข้าฉายอิหร่านในเทศกาล Fajr International Film Festival แต่ถูกกองเซนเซอร์สั่งแบนด้วยเหตุผล “such a completely dark and humiliating perspective.” และ “offensive to Muslim women”. เลยถือว่าไม่มีโอกาสเข้าฉายในประเทศ
ในบรรดา Goldfish Trilogy เรื่องที่มีลีลานำเสนอน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คือ The Circle (2000) นำเสนอภาพสังคมกดขี่ข่มเหงสตรีเพศได้อย่างสวยงามและสิ้นหวัง แต่โดยส่วนตัวยังมองว่า The White Balloon (1995) มีเรื่องราวอันตราตรึง เข้าถึงผู้ชมวงกว้าง และเหนือกาลเวลากว่ามากๆ
(The Circle (2000) เป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อชาวอิหร่าน/เปอร์เซีย ผู้ชมจากโลกเสรีอาจยกย่องสรรเสริญ แต่เรื่องราวมันช่างเหินห่างไกล ไม่ได้มีความสลักสำคัญกับชีวิตสักเท่าไหร่ เลยเทียบไม่ได้กับเด็กหญิงอยากซื้อปลาทอง สามารถเข้าถึงผู้ชมทุกชาติ-ทุกเพศ-ทุกวัย)
นอกจากนี้ The Mirror (1997) ยังมีอีกปัญหาใหญ่ คือนอกจากจุดหักมุมนั้นแล้ว หนังไม่มีความน่าสนใจอะไรอื่น การเดินทางกลับบ้านของเด็กหญิงก็พบเจอแต่เหตุการณ์ซ้ำๆ ย้อนรอย (สอดคล้องกับชื่อหนัง The Mirror) หลงทาง ขึ้นรถผิด สอบถามคนโน้นนี่นั่น และสิ่งน่าเบื่อหน่ายสุดๆก็คือคำสนทนาของคนรอบข้าง ทำไมฉันต้องมานั่งฟังคำพร่ำบ่น ด้อยค่า/ตีแผ่สภาพเป็นจริง (มองได้ทั้งสองมุมนะครับ) ของประเทศตนเองอยู่นั่น!
Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami เลยมีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994), ก่อนได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The White Balloon (1995)
หลังเสร็จจาก The White Balloon (1995) ผกก. Pahani ได้รับมอบหมายให้กำกับ Willow and Wind (2000) จากบทหนังของ Abbas Kiarostami แต่เจ้าตัวอยากมองหาสิ่งที่อยู่ในความสนใจของตนเองมากกว่า … Willow and Wind (2000) เลยถูกส่งต่อให้ผู้กำกับ Mohammad-Ali Talebi เห็นว่ามาคว้ารางวัลช้างทองคำ (Golden Elephant) เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๕๔๗
สำหรับ ینه อ่านว่า Ayneh แปลตรงตัว The Mirror ได้แรงบันดาลใจระหว่างการเข้าร่วมเทศกาลหนัง 1996 Pusan International Film Festival ที่ประเทศเกาหลีใต้ พบเห็นเด็กสาวตัวกระเปี๊ยกถูกทิ้งให้นั่งอยู่ตัวคนเดียวในสวนสาธารณะ มันทำให้เขาเกิดความตระหนักว่าเคยพบเห็นภาพดังกล่าวบ่อยครั้งในอิหร่าน แต่ไม่เคยทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
I choose a precocious child and placed her in a situation where she is left to her own devices. Everyone she meets on her journey is wearing a mask or playing a role. I wanted to throw these masks away.
Jafar Panahi
เกร็ด: คงเพราะได้แรงบันดาลใจหนังเมื่อตอนอยู่ประเทศเกาหลีใต้ จึงน่าจะคือเหตุผลที่พื้นหลังได้ยินการพากย์ฟุตบอลเอเชียนคัพรอบแปดทีมสุดท้ายระหว่าง Iran vs. South Korea วันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1996 โดยครึ่งแรกอิหร่านตาม 1-2 ก่อนพลิกกลับมาเอาชนะ 6-2 ถึงอย่างนั้นรอบรอบแพ้จุดโทษซาอุดิอาราเบีย แต่ยังคว้าที่สามหลังเอาชนะจุดโทษคูเวต (แชมป์คือเจ้าภาพซาอุดิอาราเบีย)
ในส่วนของนักแสดงนำ Mina Mohammadkhani คือพี่สาวของ Aida Mohammadkhani ที่เคยเล่นหนัง The White Balloon (1995) คงมีโอกาสพบเจอผกก. Panahi ตอนน้องสาวเล่นหนัง สังเกตเห็นแววตาอันว่างเปล่า เคลือบแฝงความอิจฉาริษยา ต้องการพิสูจน์ตนเองว่าฉันก็เป็นนักแสดงได้เช่นกัน
I selected her sister. Why? I detected a feeling of emptiness within her, and a determination to prove herself to the world. So I changed the negative aspect of her personality into a positive point.
บทสัมภาษณ์ของผกก. Panahi มีการกล่าวถึง Aida Mohammadkhani ที่หลังจากแสดง The White Balloon (1995) แล้วได้รับโอกาสเล่นหนังเรื่องอื่น ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวิธีการทำงานที่แตกต่าง จนผู้กำกับคนนั้นมาพร่ำบ่นให้ฟัง … นั่นอาจเป็นแรงบันดาลใจจุดหักมุมของ The Mirror (1997) กระมัง!
After The White Balloon Aida was slated to work with another director, whom I know, and who came to me after the first day of shooting and told me he had a problem with her. On my film, the sound recording was direct, but on this other film, she was told that they would add the sound later and she didn’t like that. She said that “when I play it must be my own voice,” and she was told that Mr Panahi works differently from us, and we will add the voice later. She stopped and told them not to say anything about Mr. Panahi, because (and, this is an Iranian expression) a “single hair from Mr. Panahi’s head is worth more than all of you.” Her act was clearly un-professional, and, she couldn’t give them the performance shading that they wanted. When they want to go on to the next movie, it is not easy for children to adapt.
ถ่ายภาพโดย Farzad Jadat, فرزاد جودت เพื่อนร่วมรุ่นผกก. Jafar Panahi มีผลงาน The White Balloon (1995), The Mirror (1997) ฯ
งานภาพในหนังของผกก. Panahi โอบรับแนวคิด (Italian Neorealist) ใช้นักแสดงสมัครเล่น ถ่ายทำยังสถานที่จริง ด้วยแสงธรรมชาติเท่านั้น! ซึ่งสำหรับ The Mirror (1997) ทำการเกาะติดตามเด็กหญิง Mina
แต่ถึงไม่มีใครช่วย หรือรถไม่หยุดให้ข้าม Mina ก็สามารถหาหนทางข้ามถนน โทรศัพท์หามารดาได้ด้วยตนเอง นี่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องกระทำตามผู้อื่น คล้อยตามบริบทกฎกรอบทางสังคม ก็สามารถพึ่งพา เอาตัวรอดด้วยตนเอง … นี่ถือเป็นการอารัมบบทครึ่งแรก vs. ครึ่งหลังของหนัง, ภาพแรกคือฝูงชนข้ามถนน vs. เด็กหญิงข้ามถนนด้วยตนเอง
ผมคุ้นๆว่าเคยเห็นเด็กขายลูกโป่ง (น่าจะคนเดียวกับ The White Balloon (1995)) ช่วงครึ่งหลังของหนังด้วยนะ แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ฉากไหน ขี้เกียจค้นหาก็เลยแค่นำมาบอกให้ลองสังเกตดูกัน
ครึ่งแรกคุณลุงขับมอเตอร์ไซด์ประสบอุบัติเหตุล้มลง vs. ครึ่งหลังระหว่างทางพบเห็นสภาพย่อยยับของรถเก๋ง
ระหว่างอยู่บนรถโดยสาร พบเจอคุณยายจู้จี้ขี้บ่น vs. ครึ่งหลังเด็กหญิงก็พบเจอเธอนั่งอยู่ที่สวนสาธารณะ
เด็กหญิงขึ้นรถเมล์มาถึงสถานีปลายทาง ได้รับความช่วยเหลือจากคนขับรถ vs. นั่งแท็กซี่มาถึงอู่รถ ได้รับความช่วยเหลือจากบรรดาคนขับเช่นกัน
ผมมาครุ่นคิดดู The Mirror (1997) ไม่ใช่แค่กระจกสะท้อนครึ่งแรก vs. ครึ่งหลัง, แต่ยังหลายๆสิ่งอย่างสะท้อนกับ The White Balloon (1995) ตั้งแต่ภาพแรกของหนังที่อธิบายไปแล้ว, นักแสดงนำเป็นพี่น้องกัน Mina & Aida, เด็กขายลูกโป่ง, หรือสองภาพนี้ที่ชวนนึกถึงไทยมุงการแสดงงู แล้วเด็กหญิงถูกฉกเงินจากโถใส่ปลาทอง
ครึ่งแรกมีนักดนตรีขึ้นมาเล่นเพลงบนรถโดยสาร แม้คราวนี้จะไม่ได้ถูกฉกเงิน แต่ผู้โดยสารข้างๆขอให้ Mina นำเงินมามอบให้นักดนตรีพ่อ-ลูก
With the film, The White Balloon, I wanted to prove to myself that I can do the job, that I can finish a feature film successfully and get good acting out of my players. With The Mirror I was no longer concerned with proving myself, but, it was the beginning, lets say, of my “movement,” and I started to be concerned with the form. One idea is that in the middle of the film everything will change.
ประเทศอิหร่านช่วงทศวรรษ 90s อุตสาหกรรมภาพยนตร์ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมและอิสลาม (Ministry of Culture and Islamic Guidance) มีการกำหนดประเภทหนังที่สามารถออกฉายในวงกว้าง ประกอบด้วย
Sacred Defense เกี่ยวกับสงคราม Iran-Iraq War (1980-88)
Commercial Film แนวตลก ดราม่า
Social/Children’s Film เกี่ยวกับการศึกษา เด็กและเยาวชน
The Mirror (1997) แม้น่าจะสามารถจัดเข้าพวก Children’s Film แต่เพราะความติสต์แตกกลางเรื่อง ทำให้กองเซนเซอร์แยกมาเป็นอีกประเภท Festival films สำหรับฉายตามเทศกาลหนัง สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ แต่ในประเทศจะถูกจำกัดโรง ไม่ได้รับโอกาสฉายวงกว้าง … บางแหล่งข่าวบอกว่า The Mirror (1997) ได้ฉายจำกัดโรง แต่เว็บไซด์ IMBD.com ไม่มีระบุด้วยวันเข้าฉายในอิหร่าน ก็อาจถือว่าไม่ได้เข้าฉายกระมัง?
ผลงานของผกก. Panahi เริ่มถูกทางการสั่งแบน ห้ามฉายในประเทศตั้งแต่ The Circle (2000) นั่นทำให้ผลงานเก่าๆย่อมได้รับผลพวง ถูกเก็บเข้ากรุ ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน โอกาสการบูรณะยังไม่ต้องคาดหวัง … ตอนเขียนบทความนี้การปฏิวัติอิหร่าน ค.ศ. 2026 ยังคงดำเนินไป ก็ไม่รู้ผลลัพท์จะลงเอยแบบไหน
เมื่อปีที่ผ่านมาผกก. Panahi ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการภาพยนตร์ เมื่อผลงานเรื่องล่าสุด It Was Just an Accident (2025) คว้ารางวัล Palme d’Or ทำให้เขากวาดครบสามรางวัลจากสามเทศกาลหนังใหญ่ Cannes, Venice (The Circle (2000)) และ Berlin (Taxi (2015)) ถือเป็นบุคคลที่สองถัดจาก Michelangelo Antonioni แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าความสำเร็จดังกล่าวจะทำให้เขากลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่ไปกว่ารุ่นพี่ Abbas Kiarostami หรือแม้แต่รุ่นน้อง Asghar Farhadi
หวนกลับมารับชมคราวนี้ ผมเพิ่งตระหนักถึงเหตุผลการเลือกใช้ชื่อ The White Balloon แทนที่จะเป็นสักอย่างเกี่ยวกับเด็กหญิงหรือปลาทอง ไม่ใช่แค่เคารพคารวะโคตรหนังสั้น The Red Balloon (1956) แต่ยังมีบางสิ่งอย่างเคลือบแอบแฝง ณ ช็อตสุดท้ายของหนัง … จะว่าไปการนั่งริมฟุตบาทถนน ชวนนึกถึง Bicycle Thieves (1948) อยู่เล็กๆ
Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami
ผกก. Panahi ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าว่า Luis Buñuel เคยร้องขอทำงานกับ Jean Epstein เลยได้เป็นผู้ช่วยถ่ายทำหนังเงียบอยู่สองสามเรื่อง! เขาเลยฝากข้อความถึงผกก. Kiarostami อธิบายเหตุผลว่าทำไมชื่อนชอบภาพยนตร์ของเขา และขอร่วมงานผลงานถัดไป ได้รับว่าจ้างเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994)
[Jafar Panahi have] extremely gifted and can be a promising figure in our cinema’s future.
Abbas Kiarostami
ต่อมาผกก. Panahi พัฒนาบทหนังร่วมกับ Parviz Shahbazi ตั้งชื่อโปรเจค Happy New Year ยื่นของบประมาณจากสถานีโทรทัศน์ IRIB (Islamic Republic of Iran Broadcasting) Channel 1 แต่ข้อเสนอถูกปัดเพราะขาดความน่าสนใจ ช่วงระหว่างช่วยงานถ่ายทำ Through the Olive Trees (1994) จึงลองนำบทหนังให้ผกก. Kiarostami ช่วยแสดงความคิดเห็น อ่านแล้วเกิดความชื่นชอบ เสนอแนะนำให้ทำออกมาเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเลยดีกว่า!
I wanted to prove to myself that I can do the job, that I can finish a feature film successfully and get good acting out of my players. In a world where films are made with millions of dollars, we made a film about a little girl who wants to buy a fish for less than a dollar – this is what we’re trying to show.
Jafar Panahi
เกร็ด: พล็อตหนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจบางส่วนมาจากภาพยนตร์ The Fish (1989) ของผู้กำกับ Kambuzia Partovi
Aida Mohammadkhani มีพี่สาวชื่อ Mina Mohammadkhani ได้รับเลือกนำแสดง The Mirror (1997) ผลงานถัดไปของผกก. Panahi
หลังจาก The White Balloon (1995) เธอยังมีโอกาสเล่นหนัง/ซีรีย์โทรทัศน์อีกสองสามเรื่อง ก่อนหมดความสนใจ โตขึ้นเรียนจบโทจิตวิทยาคลินิก และปริญญาเอกประสาทวิทยาศาสตร์ กลายนักวิจัยประจำสถาบันประสาท Hotchkiss Brain Institute ณ University of Calgary
บุคคลที่ประสบการณ์ภาพยนตร์มากสุดคือมารดา รับบทโดย Fereshteh Sadre Orafaiy เข้าวงการมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980s ก่อนมาโด่งดังกับ The Circle (2000), Border Café (2005), When the Moon Was Full (2019), A Hero (2021) ฯ
ถ่ายภาพโดย Farzad Jadat, فرزاد جودت เพื่อนร่วมรุ่นผกก. Jafar Panahi มีผลงาน The White Balloon (1995), The Mirror (1997) ฯ
(มันคงเพราะผลงานถัดๆไปของผกก. Panahi อย่าง The Mirror (1997), The Circle (2000) ชัดเจนมากว่าใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร เต็มไปด้วยมุมกล้องแอบถ่าย ส่ายๆสั่นๆ ใครจะสามารถควบคุมการจราจรบนท้องถนน!)
หนังมีการละเล่นสีอ้างอิงจากชื่อ The White Balloon นอกจากลูกโป่ง ผ้าคลุมศีรษะ และปลาทอง (ที่ตัวมันมีความขาวมากกว่าสีทองเสียอีก) องค์ประกอบรอบข้างอื่นๆจะไม่มีความขาวผุดผ่องเทียบเท่า เพื่อสื่อว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยความแปดเปื้อนมลทิน ไม่ได้บริสุทธิ์สดใสเหมือนสารพัดสิ่งสัญลักษณ์ที่กล่าวไว้
เมื่อตอนเห็นชื่อ The White Balloon คงทำให้หลายคนครุ่นคิดถึงโคตรหนังเงียบ The Red Balloon (1956) ที่เต็มไปด้วยความน่าหลงใหล มหัศจรรย์ใจ แต่ทว่าหนังเรื่องนี้กลับไม่ได้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับลูกโป่ง จนกระทั่งช่วงท้ายของหนังถึงเริ่มสังเกตเห็นว่ามันผูกติดกับไม้ ขายไม่ออก เหมือนกับช็อตสุดท้ายของหนังจับภาพเด็กขายลูกโป่ง หลังให้ความช่วยเหลือ Ali & Razieh หยิบเงินจากท่อระบายน้ำ ก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ไม่มีกระทั่งคำขอบคุณใดๆ
The White Balloon นำเสนอการผจญภัยของเด็กหญิง เพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ตนเองเพ้อใฝ่ฝัน ระหว่างทางพานผ่านอุปสรรคขวางกั้น ได้รับความสงสารเห็นใจจนสามารถเอาตัวรอด พานผ่านความโหดร้ายของโลกกว้าง กลายเป็นบทเรียนชีวิตอันทรงคุณค่า ตราประทับภายในจิตใจไม่รู้ลืม!
หนังชื่อ The White Balloon กลับนำเสนอเรื่องราวที่แทบจะไม่เกี่ยวกับลูกโป่งสีขาว แต่ถ้าเราพยายามจับจ้องมองหา จักค้นพบเด็กขายลูกโป่งโผล่ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย มีส่วนร่วมกับเรื่องราวแค่ตอนต้นและตอนจบ
นอกจากนี้หนังยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศ ส่งเข้าชิงชัย Oscar: Best Foreign Language Film แต่หลังจากรัฐบาลอิหร่านมีข้อพิพาทกับสหรัฐอเมริกา เลยต้องการถอดถอนหนังออกจากการพิจารณา ซึ่งทางสถาบัน Academy of Motion Picture Arts and Sciences ปฏิเสธทำตามคำสั่ง ผกก. Panahi เลยถูกยึดพาร์สปอร์ต ไม่รับอนุญาตให้เข้าร่วมเทศกาลหนัง Sundances … ถึงกระนั้นหนังก็ไม่ได้ผ่านเข้ารอบ หรือมีโอกาสลุ้นรางวัลใดๆอยู่ดี
แม้หนังเล็กๆจากอิหร่านจะไม่ได้มีคุณภาพถึงระดับมาสเตอร์พีซแห่งวงการภาพยนตร์ แต่กาลเวลาทำให้ The White Balloon (1995) ติดอยู่ชาร์ทหนังครอบครัว บิดา-มารดารับชมกับลูกๆ สำหรับเป็นบทเรียนชีวิตก่อนเติบโตขึ้น เผชิญหน้ากับโลกกว้าง
The Guardian: The best family films of all time (2005)
BFI: The 50 films you should see by the age of 14 (2005)
Busan Film Festival: Asian Cinema 100 Ranking (2015) ติดอันดับ #91
ผมครุ่นคิดว่าโอกาสที่หนังจะได้รับการบูรณะน่าจะยากยิ่งนัก! ฟีล์มเนกาทีฟต้นฉบับคงเก็บอยู่ในอิหร่าน แต่ผกก. Panahi มีปัญหาขัดแย้งรัฐบาล ถ้าจะทำการบูรณะก็ต้องลักลอบขนฟีล์มออกนอกประเทศ … คุณภาพดีสุดหารับชมในปัจจุบันคือ DVD ก็พออดรนทนได้ระดับหนึ่ง
ใครที่เคยอ่านหรือรับชมภาพยนตร์/อนิเมชั่น Gulliver’s Travels (1726) ของ Jonathan Swift (1667-1745) นักเขียนชาวไอริช ก็น่าจะรับรู้ว่าเป็นวรรณกรรมแนวเสียดสีพฤติกรรมมนุษย์ วิพากย์วิจารณ์สังคม/การเมืองอังกฤษ และล้อเลียนวรรณกรรมผจญภัยที่ได้รับความนิยมขณะนั้นอย่าง Robinson Crusoe (1719)
เกร็ด: ชื่อเต็มๆของนวนิยายเล่มนี้คือ Travels into Several Remote Nations of the World, in Four Parts. By Lemuel Gulliver, First a Surgeon, and then a Captain of Several Ships ซึ่งเป็นการล้อเลียน Robinson Crusoe ที่มีชื่อเต็มยาวยิ่งกว่า The Life and Strange Surprizing Adventures of Robinson Crusoe of York, Mariner: Who lived Eight and Twenty Years, all alone in an un-inhabited Island on the coast of America, near the Mouth of the Great River of Oroonoque; Having been cast on Shore by Shipwreck, where-in all the Men perished but himself. With An Account how he was at last as strangely deliver’d by Pyrates. Written by Himself
ไม่เพียงแค่เรื่องราวเสียดสีล้อเลียนการเมืองได้อย่างบ้าบอคอแตก Case for a Rookie Hangman (1970) ยังแพรวพราวด้วยลูกเล่นภาพยนตร์น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะลีลาการตัดต่อมีความรวดเร็ว กระชับ ฉับไว กระโดดไปมาเหมือนกระต่ายป่า (Hare) ที่นาย Lemuel Gulliver ขับรถชนตอนต้นเรื่อง
ความน่าเศร้าก็คือผกก. Juráček เริ่มต้นพัฒนาบทหนังในช่วง 1968 Prague Spring แต่กว่าจะสร้างเสร็จก็ภายหลังการมาถึงของสหภาพโซเวียตและพันธมิตร Warsaw Pact (จุดสิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ) โชคยังดีได้เข้าฉายเทศกาลหนัง Karlovy Vary International Film ก่อนถูกสั่งแบน เก็บเข้ากรุ … และผกก. Juráček ก็ไม่มีโอกาสสร้างภาพยนตร์อีกต่อไป
Pavel Juráček (1935-89) นักเขียน/ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Příbram, Central Bohemian โตขึ้นเข้าเรียนวรสารศาสตร์ Charles University แต่ไม่ทันไรก็ถูกไล่ออก เลยเปลี่ยนมาสาขาภาพยนตร์ Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU) รุ่นเดียวกับ Věra Chytilová ก่อนเข้าร่วม Barrandov Film Studio พัฒนาบทหนัง Ceiling (1962), Ikarie XB-1 (1963), A Jester’s Tale (1964), Daisies (1966), ร่วมกำกับภาพยนตร์ Joseph Kilian (1963), ฉายเดี่่ยว Every Young Man (1965) และ Case for a Rookie Hangman (1970)
ผกก. Juráček มีความสนใจดัดแปลงนวนิยาย Gulliver’s Travels มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966 ในตอนแรกเป็นการเข้าร่วมโปรเจค (Working Title) Podobenství แปลว่า Parable (นิทานสอนใจ) แต่ระหว่างพัฒนาบทหนัง เกิดแรงบันดาลโน่นนี่นั่น เลยขอแยกตัวออกมา ตั้งชื่อใหม่ The Land of Kind Fairies
Lubomír Kostelka (1927-2018) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Luleč, Vyškov บิดาเป็นพนักงานรถไฟ โตขึ้นเข้าเรียนวิศวกรรม ก่อนได้รับการชักชวนจากเพื่อนสนิท Vladimír Menšík ย้ายไปโรงเรียนการแสดง Brno Conservatory ต่อด้วย Janáček Academy of Performing Arts (JAMU) จบออกมาเป็นนักแสดงละคอนเวที ผลงานภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักเป็นแนวตลก ไม่ก็เกี่ยวกับเด็กๆ อาทิ Who Wants to Kill Jessie? (1966), All My Good Countrymen (1969), Case for a Rookie Hangman (1970) ฯ
ถ่ายภาพโดย Jan Kališ (1930-2003) ตากล้องสัญชาติ Czech เกิดที่ Brno โตขึ้นเข้าเรียนการถ่ายภาพยัง Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU) จากนั้นเข้าทำงานสตูดิโอ Filmové Studio Barrandov ผลงานเด่นๆ อาทิ Ikarie XB-1 (1963), … and the Fifth Horseman Is Fear (1964), Case for a Rookie Hangman (1969), Tomorrow I’ll Wake Up and Scald Myself with Tea (1977) ฯ
ตอนที่ชายคนนี้บอกว่าตนเองคือบิดาของ Prince Munodi ทำให้ผมครุ่นคิดว่าเขาคือ King of Lupta แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เป็นแค่เพียง Lord Munodi เจ้าของโรงภาพยนตร์/คณะละคอนสัตว์ (ชื่อตอน Munodi’s Circus) เดี๋ยวผมจะอธิบายอีกเกี่ยวกับ King & Prince ที่เป็นเพียงตำแหน่งบังหน้า หาใช่สถานะแท้จริง
Lord Munodi คือตัวแทนขุนนาง ชนชั้นสูงรุ่นก่อนที่น่าจะถูก (รัฐบาลคอมมิวนิสต์) ปลดจากอำนาจ ทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง (อาศัยอยู่สุดขอบอาณาจักร) เพียงความทรงจำของประเทศ จึงเปิดฟุตเทจข่าวเก่า (Newsreel) ให้กับ Gulliver รับชมอดีตอันรุ่งเรือง เมื่อครั้งหนึ่ง King of Laputa เคยพบเจอปธน. Charles de Gaulle และนักบินอวกาศคนแรกของโลก Yuri Gagarin
ปล. คนช่างสังเกตก็น่าจะพอดูออกมาฉากพบเจอปธน. Charles de Gaulle มีการใช้เครื่องฉาย Rear Projection ทำออกมาได้แนบเนียนมากๆ
ด้วยความรู้สึกผิดที่เปิดโปงบุคคลเคยให้ความช่วยเหลือตนเอง (กระทำความผิดข้อหาอะไรก็ไม่รู้) Gulliver จึงสารภาพว่าตนเองคือ Oskar ไม่ใช่เพราะเขาคือ Oskar แต่ต้องการแสดงความจริงใจ ให้ความช่วยเหลือพวกพ้อง ถึงอย่างนั้นอาณาจักรแห่งนี้เหมือนมีกฎว่าถ้าใครเอ่ยปากรับสารภาพ จะถือว่านั่นคือความจริง และได้รับตัดสินโทษประหารชีวิต
ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ
เพลงประกอบโดย Luboš Fišer (1935-99) คีตกวีสัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague โตขึ้นเข้าเรียนการแต่งเพลงยัง Prague Conservatory เป็นลูกศิษย์ของ Emil Hlobil ต่อด้วย Academy of Performing Arts in Prague (AMU) มีผลงานออร์เคสตรา คอนแชร์โต โซนาตา เพลงประกอบภาพยนตร์ อาทิ Case for a Rookie Hangman (1960), Valerie and Her Week of Wonders (1970), Morgiana (1972), The Mysterious Castle in the Carpathians (1981) ฯ
ผมมีภาพจำ Gulliver’s Travels คือมนุษย์ตัวใหญ่ยักษ์ในโลกของคนตัวเล็กจิ๋ว แต่คงด้วยข้อจำกัดเรื่องเงินทุน ผกก. Juráček เลยหลีกเลี่ยงไม่นำเสนอภาคแรก I: A Voyage to Lilliput ข้ามมาดัดแปลงบางส่วนของภาคสาม III: A Voyage to Laputa, Balnibarbi, Luggnagg, Glubbdubdrib and Japan เลือกเอาแค่อาณาจักร Balnibarbi และเกาะลอยฟ้า Laputa สำหรับเสียดสีล้อเลียน วิพากย์วิจารณ์รัฐบาลคอมมิวนิสต์
เมื่อตอนโปรเจคได้รับการอนุมัติ สรรค์สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังอยู่ในช่วงระหว่าง 1968 Prague Spring เมื่อผู้นำคนให่ Alexander Dubček มีมาตรการผ่อนปรน ให้อิสระประชาชนในการพูด-แสดงออกอย่างเสรี ผกก. Juráček เลยถือโอกาสวิพากย์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลคอมมิวนิสต์แบบจัดเต็ม! แต่การมาถึงของสหภาพโซเวียตและพันธมิตร Warsaw Pact นำสู่จุดสิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ นำพาประเทศ Czechoslovakia ก้าวสู่ฤดูหนาวอันยาวนาน กองเซนเซอร์ชุดใหม่ไล่คิดบัญชี สั่งแบนหนังนับสิบๆเรื่อง Case for a Rookie Hangman เลยมิอาจรอดพ้นโชคชะตา และผกก. Juráček หมดโอกาสในวงการภาพยนตร์
หลังถูกไล่ออกจาก Barrandov Film Studio ปฏิเสธกล่าวขอโทษรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ร่วมลงนามใน Charter 77 (เอกสารที่ทำการวิพากย์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลคอมมิวนิสต์) ถูกกดดันอย่างหนักจนต้องลี้ภัยสู่ West Germany พยายามมองหาโอกาส แต่ความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรม เลยได้เพียงเขียนบทซีรีย์โทรทัศน์ แล้วเสียชีวิตโรคมะเร็งเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1989 หกเดือนก่อนการมาถึงของ 1989 Velvet Revolution ไม่ได้พบเห็นการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
หนังฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาล Karlovy Vary International Film (ของประเทศ Czechoslovakia เองนะแหละ) แล้วมีฉายจำกัดโรงอยู่ไม่นาน มีรายงานผู้ชมประมาณ 28,000+ คน ก่อนถูกทางการสั่งถอดถอน แบนห้ามฉาย เก็บเข้ากรุจนกระทั่ง 1989 Velvet Revolution ถึงมีโอกาสออกฉายวงกว้างอีกครั้ง
ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K โดย Národní filmový archiv (Czech National Film Archive) เสร็จสิ้นเมื่อปี ค.ศ. 2019 สามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Second Run
สิ่งน่าอึ่งทึ่งที่สุดของหนังคือลีลาการนำเสนออันน่าตื่นตาตื่นใจ ต้องชมในวิสัยทัศน์ของผกก. Juráček เห็นแววอัจฉริยะ น่าจะอนาคตไกล แต่กลับประสบโชคชะตาเดียวกับผกก. Jan Němec (Diamonds of the Night)
จัดเรต 15+ กับความบ้าบอคอแตก (Absurdity)
คำโปรย | Case for a Rookie Hangman นำเอาวรรณกรรม Gulliver’s Travels มาปู้ยี้ปู้ยำ เสียดสีล้อเลียนการเมือง Czechoslovakia ได้อย่างบ้าบอคอแตก! คุณภาพ | มาสเตอร์พีซ
Karel Kachyňa (1924-2004) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Vyškov, South Moravian บิดาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มารดาสอนวิชาศิลปะ เลยเกิดความชื่นชอบวาดภาพตั้งแต่เด็ก โตขึ้นเข้าเรียน Tomáš Baťa School of Art ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองถูกส่งไปใช้แรงงานที่ Bernsbach, Germany นั่นทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946 ก่อนกลายเป็นนักเรียนภาพยนตร์รุ่นแรก Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU) สนิทสนมเพื่อนผู้กำกับ Vojtěch Jasný, Zdeněk Podskalský และ Antonín Kachlík
หลังเรียนจบร่วมงานผกก. Jasný สรรค์สร้างสารคดี หนังชวนเชื่อสังคมนิยม ทำงานให้กองทัพ Czechoslovak Army Film จนกระทั่งแยกออกมาฉายเดี่ยว กำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Smugglers of Death (1959), ก่อนมีโอกาสร่วมงานนักเขียนขาประจำ Jan Procházka ตั้งแต่ Fetters (1961), The High Wall (1964), Long Live the Republic! (1965), Coach to Vienna (1966), The Nun’s Night (1967) จนถึง The Ear (1970)
Radoslav Brzobohatý (1932-2012) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Vrútky (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของ Slovakia) วัยเด็กชื่นชอบเล่นไวโอลิน มีโอกาสขึ้นแสดงละคอนเวทีตั้งแต่แปดขวบ, โตขึ้นฝึกฝนเป็นช่างเครื่องจักรเย็บผ้า ก่อนได้เข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) มีผลงานละคอนเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก Mstitel (1959), ผลงานเด่นๆ อาทิ All My Good Countrymen (1968), The Ear (1970), ซีรีย์ F. L. Věk (1971–1972) ฯ
รับบท Ludvík เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ อดีตคงเคยทำบางสิ่งอย่าง เมื่อได้รับการตักเตือนจากคนรู้จัก อีกทั้งพรรคพวกฝูงทะยอยสูญหายตัวทีละคนสองคน กลับมาบ้านวันนี้สังเกตเห็นหลากหลายความผิดปกติ เลยเกิดอาการหวาดระแวง สีหน้าวิตกจริต ฤาว่านี่จะคือช่วงเวลาสุดท้ายชีวิต
ในตอนแรกผกก. Kachyňa วางแผนคัดเลือกนักแสดงชาย-หญิงทั่วๆไป เล็งเอาไว้ Vladimír Brabec & Jirina Jirásková ก่อนมาลงเอย Vladimír Brabec & Jirina Jirásková ที่ขณะนั้นครองรักกันมาหลายปี (ยังไม่ได้จดทะเบียน) กำลังมองหาโปรเจคแสดงภาพยนตร์ร่วมกันอยู่พอดี!
ผมติดใจภาพลักษณ์ของ Brzobohatý มาตั้งแต่ All My Good Countrymen (1968) บุคคลมาดเข้ม บุคลิกจริงจัง เหมาะแก่การรับบทผู้นำ คราวนี้เล่นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ไม่รู้กระทำอะไรผิด จึงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง วิตกจริต สีหน้าดำคร่ำเครียด ขลาดกลัวความตาย พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อเอาตัวรอด แต่มันอาจสายเกินไปแล้วกระมัง
Jiřina Bohdalová (1931-) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague หลังเรียนจบมัธยมทำงานเป็นครูสอนโรงเรียนประถม ก่อนหันเหความสนใจสู่การแสดง เข้าศึกษา Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) จบออกมาเป็นนักแสดงละคอนเวที ภาพยนตร์เด่นๆ อาทิ The Cassandra Cat (1963), The Ear (1969), The Immortal Aunt (1993), Fany (1995) ฯ
รับบท Anna ภรรยาเบื่อหน่ายสามีที่ไม่เคยสนใจอะไร วันนี้ครบรอบแต่งงานสิบปีจดจำไม่ได้! เข้าร่วมงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ ดื่มเหล้าเมามาย กลับมาบ้านพูดระบายอารมณ์อัดอั้น ปฏิเสธรับฟังข้ออ้างนั่นโน่นนี่ กว่าจะตระหนักถึงสถานการณ์เลวร้าย ก็พร่ำเพ้อสาธยายจนชาวบ้านชาวช่องรับรู้ถึงความไม่เอาอ่าวสามี
ถ่ายภาพโดย Josef Illík (1919-2006) ตากล้องสัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague มีความสนใจด้านการถ่ายรูปตั้งแต่เรียนมัธยม ก่อนเข้าร่วมสตูดิโอ Barrandov Studios ไต่เต้าจากผู้ช่วยตากล้อง ถ่ายทำสารคดีให้กับ Czechoslovak Army Film ก่อนกลายมาเป็นขาประจำผกก. Karel Kachyňa ตั้งแต่ Smugglers of Death (1959), ผลงานเด่นๆ อาทิ Coach to Vienna (1966), The Nun’s Night (1967), Witchhammer (1970), The Ear (1970), Three Wishes for Cinderella (1973) ฯ
ผมมองซีเควนซ์นี้ในทิศทางกลับตารปัตรกับตอนต้นเรื่องที่ Ludvík & Anna เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ (ระดับมหภาค), คราวนี้คือบรรดาคนรู้จัก(และไม่รู้จัก)เดินทางมาดื่มด่ำสังสรรค์ยังบ้านของ Ludvík (ระดับจุลภาค)
ผมครุ่นคิดอยู่นานว่ามันมีความจำเป็นอันใดที่ต้องฉายภาพความรุนแรง Ludvík กระทำร้ายร่างกายภรรยา เลือกตกยางออก จับกดน้ำ (ดูเลือนลางกับการล้างเลือดกำเดา) ก่อนตระหนักว่าซีเควนซ์นี้คือภาพสะท้อนในกรณีที่ถ้า Ludvík ถูกตำรวจลับจับกุมตัว ย่อมถูกนำไปซักไซร้ไล่เรียง สารพัดทัณฑ์ทรมาน บีบบังคับให้เปิดเผยข้อมูลบางสิ่งอย่าง … นี่เป็นวิธีการอันแยบยลที่ผกก. Kachyňa นำเสนอภาพความรุนแรงในครอบครัว แทนการกระทำของพรรคคอมมิวนิสต์กับสมาชิก(ที่ถูกมองว่าคือคนทรยศ)
น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถหาข้อมูลภาพวาดพื้นหลัง ลองสอบถาม AI มันก็ตอบไม่ได้ แค่แนะนำ Renaissance Art และคาดเดาว่าคือ Bacchante (หรือ Maenad) ผู้หญิงที่เข้าร่วมพิธีกรรมของ Dionysus (Bacchus) เทพเจ้าแห่งไวน์และความมึนเมา มักปรากฏในงานศิลปะเป็นสัญลักษณ์ของความมึนเมาและความสนุกสนานสุดเหวี่ยง
ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ
หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองสามี-ภรรยา Ludvík & Anna ตั้งแต่กลับจากงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์มาถึงหน้าบ้าน ก่อนค้นพบว่าทำกุญแจสูญหาย ไฟฟ้าดับ สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด ทำให้เขาเริ่มครุ่นคิดทบทวนถึงลางบอกเหตุ ใครหลายคนในงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์เข้ามาพูดตักเตือน ก่อบังเกิดความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน ครุ่นคิดว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองคนถัดไป!
สามี-ภรรยา Ludvík & Anna กลับมาถึงบ้าน
ลงจากรถ เข้าบ้านไม่ได้ กุญแจหาย
Ludvík ปีนป่ายรั้วเข้าไปหากุญแจ แต่ทว่า Anna กลับสามารถเปิดเข้าไปโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
เข้ามาในบ้าน ไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ไม่สามารถใช้งาน
Ludvík ลงไปห้องใต้ดินเพื่อค้นหาเอกสารบางอย่าง
Ludvík พยายามจะอธิบายบางอย่างแก่ภรรยา แต่เธอกลับปฏิเสธรับฟัง
Anna พบเห็นรถตู้ (ที่ใช้รับสัญญาณดักฟัง) รีบติดตามหาสามีไม่รู้หายตัวไปไหน เกิดความหวาดกลัวว่าเขาจะฆ่าตัวตาย
ระหว่างรับประทานอาหารเช้า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ลีลาการตัดต่อของ The Ear (1970) ชวนให้ผมนึกถึง Diamonds of the Night (1964) ของ Jan Němec ช่วงแรกๆทะยอยแทรกภาพย้อนอดีตตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อย ทีละเล็กละน้อย ให้ผู้ชมสามารถแปะติดปะต่อเรื่องราว จากนั้นถึงค่อยฉายภาพ Flashback อธิบายรายละเอียดทั้งหมด! … นี่เป็นความพยายามเลียนแบบความทรงจำของมนุษย์ ช่วงแรกๆยังระลึกอะไรไม่ได้มาก แต่พอสามารถแปะติดปะต่อเรื่องราว รายละเอียดทั้งหมดก็จักหวนกลับคืนมา
ปล. จะว่าไป The Ear (1970) มอบประสบการณ์รับชมคล้ายๆกับ Diamonds of the Night (1964) ผู้ชมสามารถเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร พานผ่านช่วงเวลาแห่งความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน หวาดกลัวตัวตาย ฉันจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ค่ำคืนนี้หรือไม่?
เพลงประกอบโดย Svatopluk Havelka (1925-2009) คีตกวีสัญชาติ Czech เกิดที่ Vrbice, North Moravian โตขึ้นเรียนดนตรีวิทยา (Musicology) Charles University จบออกมาทำงานสถานีวิทยุที่ Ostrava จากนั้นร่วมก่อตั้ง NOTA Ensemble รับงานฟรีแลนซ์ ประพันธ์ซิมโฟนี ออร์เคสตรา เพลงประกอบภาพยนตร์ อาทิ The Cassandra Cat (1963), Who Wants to Kill Jessie? (1966), All My Good Countrymen (1969), The Ear (1970), You Are a Widow, Sir! (1971) ฯ
After hours of darkness, accusations, and near-breakdown, the couple is stripped bare. They have only each other left—no illusions, no power games, just shared terror. Some analyses see a faint glimmer here: in the face of totalitarianism’s absurdity, personal connection (however damaged) becomes the last refuge. But it’s grim—Anna’s fear isn’t about the immediate threat anymore; it’s existential. The regime has won by making normal life impossible.
ช่วงปลายปี ค.ศ. 1969 มีการยกเครื่ององค์กร Czechoslovak State Film (หรือก็คือกองเซนเซอร์นะแหละ) เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหม่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องความเปลี่ยนแปลงหลัง 1968 Prague Spring ผู้อำนวยการคนใหม่มีความเข้มงวด ละเอียดอ่อนไหว อะไรเคยได้รับการอนุมัติก่อนหน้านี้ อาจโดนปัดตกเมื่อมีการพิจารณารอบใหม่
คล้ายๆกับ Larks on a String (1969) ตอนยื่นอนุมัติบทหนัง The Ear ไม่มีปัญหาอะไรใดๆ แต่พอเปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่ กลับไม่ผ่านการตรวจสอบของกองเซนเซอร์ สั่งแบนหน้าฉาย ถูกเก็บเข้ากรุ ร่วมกับอีกหลายๆผลงานก่อนหน้านี้อย่าง Long Live the Republic! (1965), Coach to Vienna (1966) และ The Nun’s Night (1967) ก็ไม่รอดเช่นกัน!
ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K โดย Národní filmový archiv (Czech National Film Archive) เข้าฉายเทศกาลหนัง 2022 Venezia Classici (Venice Classic) สามารถหาซื้อ Blu-Ray (ยังไม่มี 4K) ของค่าย Second Run
ความน่าสนใจโคตรๆของหนังคือบทพูดอันน้อยนิด ผู้ชมทั่วไปคงนอนหลับสนิท (พร้อมความหนาวเหน็บทรวงใน) แต่การเล่าเรื่องด้วยภาพ ช่างดูน่าหลงใหล ผสมกับบทเพลงดัดแปลงจาก Johann Sebastian Bach, Johann Strauss Jr. ช่วยสร้างมิติอันลุ่มลึกล้ำ เติมเต็มความขัดย้อนแย้งระหว่างตัวละครได้อย่างกลมกล่อม
František Vláčil (1924-1999) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Český Těšín, Czechoslovakia (ปัจจุบันคือ Czech Republic) โตขึ้นเข้าเรียน Academy of Arts, Architecture and Design in Prague ก่อนเปลี่ยนคณะศิลปศาสตร์ Masaryk University จบออกมาทำงานเป็นผู้ช่วยนักเขียน Brno Cartoon ก่อนย้ายมาถ่ายทำสารคดีให้กับ Studio of Popular Scientific and Educational Films, ช่วงระหว่างอาสาสมัครทหาร ฝึกงานสตูดิโอ Czechoslovak Army Film Studio สนิทสนมตากล้องขาประจำ Jan Čuřík, ถ่ายทำหนังสั้น Clouds of Glass (1958) ** คว้ารางวัล Special Diploma in category of Experimental and Avantgarde Films จากเทศกาลหนัง Venice International Documentary and Short Film Festival
หลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ เข้าร่วมสตูดิโอ Barrandov Studios เริ่มสร้างภาพยนตร์ขนาดยาว The White Dove (1960), ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1960), Marketa Lazarova (1967), Valley of the Bees (1968), Adelheid (1970) ฯ
เมื่อตอนสรรค์สร้าง The Valley of the Bees (1968), ผกก. Vláčil มีโอกาสร่วมงานนักเขียน Vladimír Körner (1939-) ชื่นชอบประทับใจผลงานอีกฝ่ายอย่างมากๆ พวกเขาจึงวางแผนร่วมงานกันอีก คราวนี้ทำการดัดแปลงนวนิยายชื่อเดียวกัน Adelheid (1967)
เรื่องราวของผู้หมวด Viktor Chotovický (รับบทโดย Petr Čepek) ถูกส่งกลับบ้านเกิด Czechoslovakia มาเป็นผู้ดูแลคฤหาสถ์หลังหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกพรรคนาซี พอเดินทางมาถึงพบเจอกับสาวใช้ชาวเยอรมัน Adelheid Heidenmannová (รับบทโดย Emma Černá) ซึ่งคือบุตรสาวของสมาชิกพรรคนาซีคนนั้น ช่วงแรกๆเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สอดแนมตลอดทั้งวัน พอเรียนรู้เบื้องหลังอีกฝ่าย จึงเริ่มเกิดความสงสารเห็นใจ ตกหลุมรักใคร่ ใช้สินบนซื้อเธอเอาไว้ แต่ฝ่ายหญิงจะมีใจให้เขาบ้างหรือเปล่า?
Petr Čepek (1940-94) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Prague, บิดาแม้ไม่ใช่นักแสดง แต่ชื่นชอบพาลูกๆไปรับชมละคอนเวทีจนเกิดความชื่นชอบหลงใหล โตขึ้นเข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) รุ่นเดียวกับ Ladislav Mrkvička, Josef Abrhám และ Jiří Krampol, จบออกมาเริ่มจากทำงานละคอนเวที Bezruč Theatre ผลงานภาพยนตร์เด่นๆ อาทิ The End of Agent W4C (1967), The Valley of the Bees (1967), Adelheid (1969), Oil Lamps (1971), Cutting It Short (1980), My Sweet Little Village (1985), Faust (1994) ฯ
รับบทผู้หมวด Viktor Chotovický เคยเป็นทหารอากาศ RAF (Royal Air Force) ประจำการอยู่ Aberdeen, Scotland หลังสิ้นสุดสงคราม ถูกส่งกลับบ้านเกิด Czechoslovakia ได้รับมอบหมายเป็นผู้ดูแลคฤหาสถ์หลังหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกพรรคนาซี ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง กลายเป็นสถานที่ปลดเกษียณ พักรักษาตัวจากโรค(แผลใน)กระเพาะอาหาร
เมื่อตอน The Valley of the Bees (1967) ผมเคยกล่าวชื่นชม Čepek เป็นนักแสดงเล่นบทเงียบขรึม เก็บกดอารมณ์ได้ดี มาคราวนี้แทบจะเหมือนเดิมเป๊ะ เพียงเปลี่ยนบริบทมาเป็นทหารผ่านศึก สภาพเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ดูแล้วยังคงติดตราภาพสงคราม (ลักษณะอาการ Shell Shock) ต้องการช่วงเวลาพักผ่อนร่างกาย-จิตใจ
Emma Černá (1937-2018) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Mladá Boleslav, โตขึ้นจบคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจด้านการแสดงตั้งแต่เด็ก พยายามสมัครสอบถึงสามครั้งก่อนได้เข้าเรียน Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) ยังไม่ทันสำเร็จการศึกษาได้รับเลือกเป็นนักแสดงยัง Theatre on the Balustrade ผลงานส่วนใหญ่คือฟากฝั่งละคอนเวที รับเล่นภาพยนตร์อยู่เรื่อยๆแต่โด่งดังสุดก็คือ Adelheid (1970)
ถ่ายภาพโดย František Uldrich (1936-2013) สัญชาติ Czech เกิดที่ Prague เริ่มต้นจากเป็นผู้ช่วยตากล้อง Daisies (1966), ก่อนได้รับเครดิตถ่ายภาพ Return of the Prodigal Son (1967), ก่อนกลายเป็นขาประจำผู้กำกับ František Vláčil ตั้งแต่ The Valley of the Bees (1968), Adelheid (1970), Sirius (1975), Smoke on the Potato Fields (1977), The Loves of Kafka (1988) ฯ
ทีแรกผมครุ่นคิดว่าเธอคนนี้คือ Adelheid แต่กลับกลายเป็นใครก็ไม่รู้ (รับบทโดย Jana Krupičková) ไม่เคยพบเจอกันอีก ถึงอย่างนั้นชวนนึกถึงสาวตาบอดจาก The Valley of the Bees (1968) ซึ่งก็แบ่งปันน้ำนมวัวให้อัศวินทิวทอนิก ระหว่างการไล่ล่าติดตามหาเพื่อนสนิทเดินทางกลับบ้านเกิด
ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ
หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของผู้หมวด Viktor Chotovický ตั้งแต่เดินทางโดยรถไฟสู่ Vroutek เกิดความเข้าใจผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ Hejna พอเดินทางมาถึงคฤหาสถ์ได้รับมอบหมายพบเจอกับคนรับใช้ Adelheid Heidenmannová
การมาถึงของ Viktor Chotovický
ขบวนรถไฟถูกสั่งให้หยุดจอดก่อนเข้าถึงหมู่บ้าน
เจ้าหน้าที่รัฐ Hejna กล่าวขอโทษขอโพยกับ Viktor
Viktor เดินทางสู่คฤหาสถ์ ค่ำคืนนี้นอนหลับสนิท
การมาถึงของ Adelheid Heidenmannová
เช้าวันถัดมา Viktor พบเจอกับสาวใช้ Adelheid คอยสังเกต จับจ้อง ถ้ำมองอยู่ห่าง
Viktor รับรู้เบื้องหลังของ Adelheid จาก Hejna
Viktor จ่ายสินบน Hejna เพื่อให้ Adelheid พักอาศัยอยู่ในคฤหาสถ์ ไม่ต้องเดินทางไปๆกลับๆค่ายแรงงาน
ค่ำคืนนั้น Viktor พยายามพูดคุยกับ Adelheid แต่พวกเขาสื่อสารคนละภาษา
Hejna บอกข่าวคราวว่าจะ Adelheid จะถูกส่งกลับประเทศ แต่ Viktor จ่ายเงินสินบนเพื่อยื้อเธอเอาไว้
พี่ชายของ Adelheid หวนกลับมาฆาตกรรม Hejna
Viktor ยื้อแย่งปืนจากพี่ชายของ Adelheid แต่ถูกเธอใช้ไม้ทุบศีรษะ
Viktor ปฏิเสธกล่าวโทษ Adelheid พร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่เธอกลับกระทำอัตวินิบาต
ปัจฉิมบท, ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ Viktor ก้าวย่างเข้าไปยังทุ่งระเบิด
เพลงประกอบโดย Zdeněk Liška (1922-83) นักแต่งเพลง สัญชาติ Czech เกิดที่ Smečno, Central Bohemia ทั้งปูและบิดาต่างเป็นนักดนตรีสมัครเล่น ทำให้วัยเด็กมีโอกาสฝึกฝนไวโอลิน แอคคอร์เดียน แต่งเพลงแรกสมัยเรียนมัธยม จากนั้นเข้าศึกษาต่อ Prague Conservatory ทำงานเป็นวาทยากร ครูสอนดนตรี หลังสงครามโลกครั้งที่สองเข้าร่วมสตูดิโอ Zlín Film Studios ต่อด้วย Filmové Studio Barrandov, ผลงานเด่นๆ อาทิ The Fabulous Baron Munchausen (1962), Ikarie XB-1 (1963), The Shop on Main Street (1965), Marketa Lazarová (1967), The Valley of the Bees (1968), The Cremator (1969), Adelheid (1970), Fruit of Paradise (1970), Shadows of a Hot Summer (1977) ฯ
บทเพลงนี้นำจาก Bach: Jesu, meine Freude (แปลว่า Jesus, my joy), BWV 227 (1723-35) ดัดแปลงจากบทกวี (Stanzas) ของ Johann Franck มีทั้งหมดหกบท บทละสามวรรค วรรคละสามบรรทัด กลายมาเป็นบทเพลง 11 ท่อน (Movement) มีคำเรียกโมเท็ต (Motet) เพลงประสานเสียงที่มักไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ (A cappella) ในหนังได้ยินอยู่หลายท่อนเดียว ซึ่งสำหรับ Opening Credit และการมาถึงของฤดูหนาว ได้ยินบท Trotz dem alten Drachen (แปลว่า Despite the old dragon)
ต้นฉบับ German
คำแปลอังกฤษ
Trotz dem alten Drachen, Trotz des Todes Rachen, Trotz der Furcht darzu!
Tobe, Welt, und springe, Ich steh hier und singe In gar sichrer Ruh.
Gottes Macht hält mich in acht; Erd und Abgrund muss verstummen, Ob sie noch so brummen.
Despite the ancient dragon, Despite death’s jaws, Despite the fear of it!
Rage, world, and leap, I stand here and sing In utter peace.
God’s power holds me in watch; Earth and abyss must fall silent, However much they rumble.
เมื่อตอน Viktor แอบจับจ้อง ถ้ำมองหญิงแปลกหน้าขณะทำงาน เห็นภาพวับๆแวมๆ ตอนนั้นยังไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่อ Adelheid ได้ยินบทเพลงคลอประกอบพื้นหลังเบาๆวอลซ์ Geschichten aus dem Wienerwald, Op. 325 (1868) แปลว่า Tales From The Vienna Woods ประพันธ์โดย Johann Strauss Jr.
หลังจาก Adelheid เดินทางกลับในวันแรก Viktor นอนเล่นปืนบนเตียง (มันสามารถตีความได้ทั้งการครุ่นคิดสั้น อยากจะฆ่าตัวตาย และการลูบไล้อวัยวะเพศชาย บังเกิดความสนอกสนใจเธอคนนั้น) ผมไม่แน่ใจว่าบรรเลงด้วยอะไร (ฟังเหมือนออร์แกน มอบสัมผัสเคลิบเคลิ้มล่องลอย) แต่ท่วงทำนอง Das wohltemperierte Klavier, BWV 846-893 แปลว่า The Well-Tempered Clavier บทเพลงบรรเลงเดี่ยวสำหรับเครื่องลิ่มนิ้ว (เปียโน, ออร์แกน, ฮาร์ปซิคอร์ด ฯ) ประพันธ์โดย Johann Sebastian Bach มีทั้งประเภท Preludes และ Fugues ขึ้นเป็นคู่ใน 24 บันไดเสียงหลักและรอง (Major และ Minor) รวมๆแล้วทั้งหมด 48 บทเพลง
Hejna เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารค่ำ มีการกล่าวชื่นชม Johann Strauss Jr. และยังเปิดรับฟังอุปรากร Der lustige Krieg (1881) แปลว่า The Merry War ความยาวสามองก์ โดยบทเพลงโด่งดังที่สุด ได้ยินคลอประกอบพื้นหลังชื่อว่า Nur für Natur แปลว่า Only for Nature
เกร็ด: Nur für Natur เป็นบทเพลงที่ไม่มีในบทประพันธ์ดั้งเดิม แต่นักแสดง Alexander Girardi (รับบท Marchese Sebastiani) เรียกร้องของให้ Strauss แต่งขึ้นสำหรับขับร้องเดี่ยว (Solo) ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ยิมยอมร่วมทำการแสดง
ส่วนบทเพลงที่ทำให้งานเลี้ยงค่ำคืนนี้เลิกราก็คือ Badonviller Marsch (1914) บทเพลงมาร์ช (Military March) แต่งโดย Georg Fürst (1870-1936) ถูกนาซีเปลี่ยนเป็นชื่อเยอรมัน Badenweiler Marsch และกลายเป็นเพลงมาร์ชประจำตัว Adolf Hitler เมื่อครั้นดำรงตำแหน่ง Führer
ปล. ผมเพิ่งเห็นคลิปใน Youtube เลยตระหนักว่าบทเพลงนี้ใช้ประกอบสารคดีชวนเชื่อ Triumph of the Will (1935) ด้วยนะครับ!
เมื่อตอน Adelheid ได้รับแจ้งความตายของบิดา ได้ยินบทเพลง Bach: Jesu, meine Freude บทสุดท้ายที่สิบเอ็ด Weicht, ihr Trauergeister แปลว่า Begone, you spirits of grief!
ต้นฉบับ German
คำแปลอังกฤษ
Weicht, ihr Trauergeister! denn mein Freudenmeister, Jesus, tritt herein.
Denen, die Gott lieben, muss auch ihr Betrüben lauter Freude sein.
Duld ich schon hier Spott und Hohn, dennoch bleibst du auch im Leide, Jesu, meine Freude.
Begone, you spirits of sorrow! For my Master of Joy, Jesus, enters in.
For those who love God, even their sorrow must be pure joy.
Though I endure mockery and scorn here, you still remain even in suffering, Jesus, my joy.
Viktor กำลังต่อสู้กับพี่ชายของ Adelheid ก่อนเธอใช้แท่งเหล็กทุบศีรษะเขาอย่างแรง บทเพลงได้ยินยังคงเป็น Bach: Jesu, meine Freude แต่คือบทรองสุดท้าย So nun der Geist แปลว่า So now the spirit
ต้นฉบับ German
คำแปลอังกฤษ
So nun der Geist des, der Jesum von den Toten auferwecket hat, in euch wohnet, so wird auch derselbige, der Christum von den Toten auferwecket hat, eure sterbliche Leiber lebendig machen um des willen, dass sein Geist in euch wohnet.
If now the spirit of him [God] who has raised Jesus up from the dead dwells in you, then this same one who has raised Christ up from the dead will make your mortal bodies alive, on account of the fact that his spirit dwells in you.
ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Mar del Plata Film Festival (ประเทศ Argentina) แล้วพอหวนกลับมา Czechoslovakia ปรากฎว่าได้เสียงตอบรับจากเบื้องบนไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เลยถูกจำกัดโรง และเหมือนจะสั่งห้ามนำออกฉายต่างประเทศ … ต้องรอคอยจนกระทั่ง Velvet Revolution (1989) และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ถึงเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ (ไม่มีระบุคุณภาพ) โดย Národní filmový archiv (Czech Film Archive) เสร็จสิ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 แต่เพิ่งสามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Magic Box เมื่อปี ค.ศ. 2024
We went to the Šumava mountains to inspect the sites where the fortresses and buildings from Marketa Lazarová once stood, only to find that Czech cottagers had looted everything. So, at least the costumes and other props were put to use.
ผู้ร่วมพัฒนาบท Vladimír Körner
ด้วยความที่ The Valley of the Bees (1968) ออกฉายภายหลังจาก Marketa Lazarová (1967) เพียงไม่กี่เดือน จึงมักเกิดการเปรียบเทียบ แล้วนักวิจารณ์สมัยนั้นต่างแสดงความผิดหวัง เพราะหนังไม่ได้มีความยิ่งใหญ่อลังการเทียบเท่า ก็เลยทำเงินไม่มากสักเท่าไหร่
เกร็ด: มันมีหนังสามเรื่องที่ไม่ใช่ภาคต่อ แต่เป็นแนวย้อนยุค(กลาง) พาดพิงถึงศาสนา เต็มไปด้วยความรุนแรง (ที่สามารถสะท้อนสภาพสังคม Czechoslovakia ขณะนั้น) จึงมักถูกเหมารวม “Historical Trilogy by Vláčil” ประกอบด้วย The Devil’s Trap (1962), Marketa Lazarová (1967) และ The Valley of the Bees (1968)
František Vláčil (1924-1999) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Český Těšín, Czechoslovakia (ปัจจุบันคือ Czech Republic) โตขึ้นเข้าเรียน Academy of Arts, Architecture and Design in Prague ก่อนเปลี่ยนคณะศิลปศาสตร์ Masaryk University จบออกมาทำงานเป็นผู้ช่วยนักเขียน Brno Cartoon ก่อนย้ายมาถ่ายทำสารคดีให้กับ Studio of Popular Scientific and Educational Films, ช่วงระหว่างอาสาสมัครทหาร ฝึกงานสตูดิโอ Czechoslovak Army Film Studio สนิทสนมตากล้องขาประจำ Jan Čuřík, ถ่ายทำหนังสั้น Clouds of Glass (1958) ** คว้ารางวัล Special Diploma in category of Experimental and Avantgarde Films จากเทศกาลหนัง Venice International Documentary and Short Film Festival
หลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ เข้าร่วมสตูดิโอ Barrandov Studios เริ่มสร้างภาพยนตร์ขนาดยาว The White Dove (1960), ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1960), Marketa Lazarova (1967), Valley of the Bees (1968), Adelheid (1970) ฯ
Petr Čepek (1940-94) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Prague, บิดาแม้ไม่ใช่นักแสดง แต่ชื่นชอบพาลูกๆไปรับชมละคอนเวทีจนเกิดความชื่นชอบหลงใหล โตขึ้นเข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) รุ่นเดียวกับ Ladislav Mrkvička, Josef Abrhám และ Jiří Krampol, จบออกมาเริ่มจากทำงานละคอนเวที Bezruč Theatre ผลงานภาพยนตร์เด่นๆ อาทิ The End of Agent W4C (1967), The Valley of the Bees (1967), Adelheid (1969), Oil Lamps (1971), Cutting It Short (1980), My Sweet Little Village (1985), Faust (1994) ฯ
Jan Kačer (1936-2024) นักแสดง/ผู้กำกับละคอนเวที สัญชาติ Czech เกิดที่ Holice, โตขึ้นเข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) มีชื่อเสียงจากแวดวงละคอนเวที ผลงานภาพยนตร์เด่นๆ อาทิ Death Is Called Engelchen (1963), The Return of the Prodigal Son (1966), The End of Agent W4C (1967), The Valley of the Bees (1967) ฯ
Before Mr. Vláčil gave me the role, I went through a great ordeal. He kept looking at me and saying: but you can’t play an ascetic monk, you’re fat, look at yourself.
ถ่ายภาพโดย František Uldrich (1936-2013) สัญชาติ Czech เกิดที่ Prague เริ่มต้นจากเป็นผู้ช่วยตากล้อง Daisies (1966), ก่อนได้รับเครดิตถ่ายภาพ Return of the Prodigal Son (1967), ก่อนกลายเป็นขาประจำผู้กำกับ František Vláčil ตั้งแต่ The Valley of the Bees (1968), Adelheid (1969), Sirius (1975), Smoke on the Potato Fields (1977), The Loves of Kafka (1988) ฯ
ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ
ปัจฉิมบท, Ondřej เดินทางกลับ Holy Land นั่งลงริมหาด เหม่อมองท้องทะเลด้วยความสิ้นหวัง
เพลงประกอบโดย Zdeněk Liška (1922-83) นักแต่งเพลง สัญชาติ Czech เกิดที่ Smečno, Central Bohemia ทั้งปูและบิดาต่างเป็นนักดนตรีสมัครเล่น ทำให้วัยเด็กมีโอกาสฝึกฝนไวโอลิน แอคคอร์เดียน แต่งเพลงแรกสมัยเรียนมัธยม จากนั้นเข้าศึกษาต่อ Prague Conservatory ทำงานเป็นวาทยากร ครูสอนดนตรี หลังสงครามโลกครั้งที่สองเข้าร่วมสตูดิโอ Zlín Film Studios ต่อด้วย Filmové Studio Barrandov, ผลงานเด่นๆ อาทิ The Fabulous Baron Munchausen (1962), Ikarie XB-1 (1963), The Shop on Main Street (1965), Marketa Lazarová (1967), The Valley of the Bees (1968), The Cremator (1969), Fruit of Paradise (1970), Shadows of a Hot Summer (1977) ฯ
ชื่อหนัง The Valley of the Bees ช่วงต้นเรื่องเหมือนทำการเปรียบเทียบกับเมือง(สมมติ) Vlkov ที่ทุกสิ่งอย่างขึ้นกับผู้นำ/นางพญา ผึ้งตัวอื่นๆเพียงทำตามคำสั่งหัวหน้า! เฉกเช่นเดียวกับคณะอัศวินทิวทอนิก และรวมถึงระบอบเผด็จการ/สังคมนิยม ประชาชนไร้สิทธิ์เสียง เพียงก้มหัวศิโรราบต่อรัฐบาลคอมมิวนิสต์
ผมไม่แน่ใจว่าหนังได้รับการบูรณะแล้วหรือยัง เพราะฉบับ Blu-Ray ของค่าย Second Run วางจำหน่ายเมื่อปี ค.ศ. 2024 ด้านหลังไม่มีระบุรายละเอียดใดๆ เลยคาดว่าน่าจะเพียงการสแกนใหม่ (Digital Transfer) เท่านั้นกระมัง
จริงๆตั้งแต่เมื่อตอนเขียนถึง Marketa Lazarová (1967) ผมวางแผนจะรับชม The Valley of the Bees (1968) ต่อกันเลย! แต่พอเห็นคำวิจารณ์ที่มักทำการเปรียบเทียบ บอกว่าคุณภาพห่างชั้นกันมาก เลยเกิดความยับยั้งชั่วใจ ไว้ค่อยหาโอกาสครั้งถัดไปดีกว่า ซึ่งโดยส่วนตัวรู้สึกว่าคิดถูกที่ทำเช่นนั้น … เพราะก็คงเปรียบเทียบหนังสองเรื่องคู่กัน
การเว้นระยะห่างทำให้ผมมอง The Valley of the Bees (1968) เป็นหนังเดี่ยวๆ ไม่ได้เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์อะไรกับ Marketa Lazarová (1967) ผลลัพท์เลยสังเกตเห็นความลึกล้ำซ่อนเร้น และสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับบรรยากาศ 1968 Prague Spring … ผู้กำกับ Vláčil แม้ไม่ถูกจัดเข้าพวก Czechoslovak New Wave แต่ผลงานเรื่องนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุคสมัยอย่างแน่นอน!
จัดเรต 15+ กับความเหี้ยมโหดร้ายในยุคกลาง
คำโปรย | The Valley of the Bees ความพยายามของผู้กำกับ František Vláčil ที่จะเป็นอิสรภาพจากรังผึ้ง/อัศวินทิวทอนิก แต่ก็ต้องแลกมากับโศกนาฎกรรม ปลายขอบฟ้าไม่มีวันมิอาจเอื้อม คุณภาพ | รังผึ้ง